ติดเชื้อโควิดก่อนรักษาหายดีแล้ว

ติดเชื้อโควิดก่อนรักษาหายดีแล้ว

MM88UP
สมัคร MM88

ร็อดเจอร์

ติดเชื้อโควิดก่อนรักษาหายดีแล้ว เจ้าตัวรับสุดทรมาน ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง ไม่ได้กลิ่น และไม่รับรู้รสชาติเลย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยว่า ทั้งตัวเอง และภรรยาติดเชื้อโควิด-19 แต่เวลานี้หายดีแล้ว โดยยอมรับว่า ช่วงที่ป่วยมีอาการเหนื่อยหอบเหมือนกับต้องปีนเขาคีลิมันจาโร่เลยทีเดียว

ร็อดเจอร์ส เผยผ่าน บีบีซี เลสเตอร์ สปอร์ต เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า “ผมและภรรยาติดเชื้อหลังจากที่ฤดูกาลหยุด หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นผมเริ่มมีอาการ ผมไม่ได้กลิ่น และไม่รับรู้รสชาติ ผมไม่มีแรง ผมต้องต่อสู้กับมันเช่นเดียวกับภรรยาของผม ผมและภรรยาเข้ารับการตรวจก่อนผลออกมาติดเชื้อ ผมแทบเดินไม่ได้เลย มันทำให้ผมนึกถึงตอนปีนเขาคีลิมันจาโร่ ยิ่งคุณปีนขึ้นไปสูง คุณก็ต้องหอบมากขึ้น

“การเดินแค่ 10 หลายังรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมมาก ผมไม่สามารถวิ่งได้ ผมรู้สึกอ่อนแรง ผมไม่อยากกินอาหาร และมีความรู้สึกแปลกๆ เป็นเวลา 3 สัปดาห์กับการที่ไม่รู้สึกรสชาติอะไรเลย” ร็อดเจอร์ส กล่าว ทั้งนี้ ร็อดเจอร์ส เป็นกุนซือคนที่ 2 ใน พรีเมียร์ลีก ที่ยอมรับว่าติดโควิด-19 ต่อจาก มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ที่ติดเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่ลีกจะต้องระงับมาจนถึงเวลานี้

  • วันที่ 4 ตุลาคม 2015 ถือเป็นวันครบรอบ 4 ปีที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส พ้นจากตำแหน่งเฮดโค้ชในแอนฟิลด์
  • ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ร็อดเจอร์สต้องต่อสู้กับอาการป่วย และพิสูจน์ตัวเองในฐานะโค้ชกับ กลาสโกว์ เซลติก ก่อนที่จะกลับมารับงานในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งกับเลสเตอร์ ซิตี้

หนึ่งในคำขวัญหรือสโลแกนทางฟุตบอลที่ถูกจดจำมากที่สุดในโลกลูกหนังยุคสมัยใหม่คือคำว่า Make Us Dream คำคำนี้เกิดขึ้นในช่วงฤดูกาล 2013-14 หรือเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ในฤดูกาลที่ทีม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ขยับเข้าใกล้กับสิ่งที่พวกเขาเฝ้าฝันและถวิลหาตลอดช่วงระยะเวลา 24 ปี (ในขณะนั้น)

คนที่เป็นผู้นำในปฏิบัติการตามล่าท้าฝันในวันนั้นคือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมคนหนุ่มวัยย่าง 40 ที่ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลทั้งโลกได้กลับมาสัมผัสกับความรู้สึกหัวใจเต้นตูมตามอีกครั้งกับการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดที่ห่างหายไปนานเกือบ 1 ใน 3 ของชั่วอายุคน

แต่ความฝันวันนั้นไม่ได้กลายเป็นความจริง และ ณ เข็มนาฬิกาเดินไป ลิเวอร์พูล ก็ยังทำความฝันให้กลายเป็นความจริงไม่ได้ แม้ว่ามันจะใกล้ความจริงมากแล้วก็ตามเมื่อฤดูกาลที่แล้ว น่าเศร้าสำหรับกุนซือไอริชแมน เมื่อทีมของเขาทั้งเสียศูนย์และสูญเสียจากความผิดหวัง ลิเวอร์พูลไม่สามารถกลับมาเป็นทีมที่ดีเหมือนเช่นฤดูกาลแห่งความฝันได้อีก

ร็อดเจอร์สก็ไม่แตกต่างกัน เขาไม่สามารถชุบชีวิตทีมได้เหมือนนกฟีนิกซ์ที่ฟื้นคืนชีพได้จากเถ้าถ่าน สถานการณ์ที่ย่ำแย่ต่อเนื่องนำไปสู่วันที่ฝ่ายบริหารของลิเวอร์พูล ตัดสินใจเด็ดขาด

1 ชั่วโมงหลังจบเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีที่ลิเวอร์พูล เสมอกับเอฟเวอร์ตัน ไมค์ กอร์ดอน หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงสุดโทรหากุนซือคนหนุ่มเพื่อแจ้งข่าวร้าย และวันนี้ (4 ตุลาคม) คือวันครบรอบวันที่เขาพ้นจากหน้าที่ในแอนฟิลด์ วันเวลาผ่านมา 4 ปีแล้วครับ หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะลิเวอร์พูล พวกเขาคืนชีพอีกครั้งและเหมือนจะแกร่งและมั่นคงกว่าเก่าภายใต้การนำของ เจอร์เกน คล็อปป์ ที่เข้ารับตำแหน่งเพียงไม่กี่วันหลังร็อดเจอร์สถูกคำสั่งปลด

แต่ไม่ใช่แค่ทีมเก่าของเขาที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะตัวของกุนซือคนหนุ่มเองก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากเช่นกัน ร็อดเจอร์สในวันนี้เติบโตขึ้น เขาไม่ใช่กุนซือคนหนุ่มไก่อ่อนคนเดิมอีก  และแม้เขาจะไม่ได้คุมทีมในระดับ Top 6 ของพรีเมียร์ลีก แต่เลสเตอร์ภายใต้การนำของเขาคือทีมที่น่าจับตามองมากที่สุดในฐานะทีมที่มีโอกาสจะแทรกตัวเข้าเป็น Top 6 หรืออาจได้กระทั่ง Top 4 ทีมใหม่ภายในฤดูกาลนี้

4 ปีที่ผ่านมา ร็อดเจอร์สได้เรียนรู้อะไรบ้าง ในบทสัมภาษณ์ของเขาที่มีต่อ เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตลูกทีมของเขา เขายอมรับว่าในวันที่รับตำแหน่งนายใหญ่แห่งแอนฟิลด์ในวัย 39 ปี เขามีความมั่นใจว่าเขาจะทำหน้าที่กับสโมสรในระดับท็อปของโลกได้ แม้ว่าประสบการณ์ในการทำงานของเขาจะมีแค่ 3 ปีเท่านั้น แถมเป็นสโมสรเล็กอย่างวัตฟอร์ด เรดดิง และสวอนซีก็ตาม

“แน่นอนว่าในช่วงเวลานั้นผมรู้สึกมั่นใจมากว่าผมจะทำได้ มันเป็นโอกาสที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้” ความมั่นใจนั้นไม่ผิดครับอะไรครับ เพียงแต่ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งความสดใหม่อย่างเดียวอาจไม่พอ บางครั้งชีวิตก็ต้องการวันเวลาเพื่อบ่มเพาะให้เราเป็นคนที่ดีและพร้อมขึ้นกว่าเดิม

“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือการทำตัวให้เหมือนไวน์ ยิ่งเก่าเก็บก็ยิ่งรสชาติดีขึ้น” ที่พูดแบบนี้ได้เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา ร็อดเจอร์สได้เรียนรู้ชีวิตพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุดสำหรับเขาก็คือช่วงที่พ้นจากตำแหน่งในทีมลิเวอร์พูล

ล้มได้ก็ลุกได้ บาดแผลคือการเรียนรู้ และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอ เขาเอง Move on แล้ว เช่นกับกับลิเวอร์พูล และเลสเตอร์เองก็เช่นกัน ‘บ่ายสามโมงวันเสาร์’ เขาจะเดินลงสู่สนามที่เคยเป็นดินแดนแห่งความฝันอีกครั้งในฐานะที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เป็นคนรักเก่า แต่เป็นคู่แข่งคนใหม่ที่เติบโตกว่าเดิม ทั้งยังคงคิดถึงและเต็มไปด้วยความปรารถนาดีต่อกันไม่เปลี่ยนแปลง ติดเชื้อโควิดก่อนรักษาหายดีแล้ว

สมัครสมาชิกใหม่ MM88UP.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับเรา

ทางเรามี ทีเด็ดบอลวันนี้ วิเคราะห์บอลวันนี้ ตารางบอล โปรแกรมบอลวันนี้ บอลสเต็ป บอลเต็ง บอลเดี่ยว บอลชุด บอลวันนี้ ที่ผ่านการวิคราะห์จากทีมงานคุณภาพมาเป็นอย่างดี และอัพเดทตลอด 24ชั่วโมง แจกทีเด็ดบอลให้ฟรีๆแบบ VIP สามารถติดตามได้ทั้งทางหน้าเว็บและทาง Line ทางเข้า MM88 สมัคร MM88 MM88BET