ต้องเปลี่ยนแนวแซมบ้าเซินเจิ้นให้หมดไป

ต้องเปลี่ยนแนวแซมบ้าเซินเจิ้นให้หมดไป

MM88UP
สมัคร MM88

‘เฟร็ด’ กับบทพิสูจน์ การเปลี่ยนแปลง แซมบ้าเซินเจิ้น’ ให้ได้

ต้องเปลี่ยนแนวแซมบ้าเซินเจิ้นให้หมดไป หากเอ่ยถึงผู้เล่นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะขาดเสียไปไม่ได้ในเวลานี้ เชื่อว่าชื่อของ “เฟร็ด” จะผุดขึ้นมาเป็นชื่อต้นๆ อย่างแน่นอน

หากย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เฟร็ด ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลปีศาจแดงไม่ใช่น้อย แต่ในฤดูกาลนี้แม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะฟอร์มไม่ค่อยเปรี้ยงสักเท่าไหร่ แต่สำหรับกองกลางชาวบราซิเลี่ยนรายนี้ถือว่ามีการพัฒนาฝีเท้าชนิดที่เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทีมจะขาดไปเสียไม่ได้แล้วในเวลานี้

เริ่มต้นด้วยแบ็กซ้าย

เฟร็ด เริ่มฝึกซ้อมในตำแหน่งแบ็กซ้ายกับ แอตเลติโก้ มิเนโร่ ตั้งแต่วัย 10 ปี ก่อนที่ย้ายไปยัง ปอร์โต้ อเลเกร ในปี 2009 ซึ่งที่นั่นเขาถูกโยกไปเล่นในบทบาทเพลย์เมคเกอร์ตามแบบสองไอดอลอย่าง โรนัลดินโญ่ และ ซีเนอดีน ซีดาน อีกสองปีต่อมา อินเตอร์นาซิอองนาล ดึงตัวไปร่วมทีม

เพียงฤดูกาลแรก เฟร็ด มีส่วนสำคัญพา อินเตอร์นาซิอองนาล คว้าแชมป์ลีกสูงสุดด้วยผลงาน 28 นัด ยิง 6 ประตู ฤดูกาลถัดมาเขาลงเล่นเพียง 5 เกม ก่อนที่จะถูก ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค ดึงตัวไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร

ชื่อ “FRED” ที่ไม่ได้อ่านว่า “เฟร็ด”

เฟร็ด หรือชื่อเต็ม เฟรเดริโก้ โรดิเกวส เดอ เปาลา ซานโต๊ส อันที่จริงแล้วชื่อกองกลางแซมบ้าที่สะกดด้วย “F-R-E-D” ไม่ได้อ่านว่า “เฟร็ด” ซึ่ง ทิม วิคเคอรี นักข่าวฟุตบอลของบีบีซีประจำอเมริกาใต้เปิดเผยว่าด้วยความที่บราซิลมีรากศัพท์มาจากภาษาโปรตุกีส ทำให้ชื่อของเขานั้นอ่านออกเสียงว่า “FRAY-zhee” หรือ “เฟร็ช” แต่ก็นะ จะให้เขียนชื่อ เฟร็ช ก็กระไรอยู่ เอาเป็นว่าคนไทยอย่างเราเข้าใจในชื่อ “เฟร็ด” แล้วกันนะ

“ชัคห์ตาร์” เมืองท่าสู่เวทียุโรปของเหล่าแซมบ้า

แฟร์นันดินโญ่ , ดั๊กลาส คอสต้า , แบร์นาร์ด , ไทซอน , วิลเลี่ยน , หลุยส์ อาเดรียโน่ , จ๊าดสัน , อเล็กซ์ เตเซร่า ฯลฯ ชื่อเหล่านี้คือแข้งแซมบ้าที่ผ่านการค้าแข้งให้กับ ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค ทีมดังในลีกยูเครนด้วยกันทั้งนั้น “สายสัมพันธ์นี้เริ่มขึ้นในปี 2012 เมื่อ ชัคห์ตาร์ เซ็นสัญญา บรันเดา ศูนย์หน้าที่เล่นที่นี่นาน 10 ปี” กุสตาโว่ ฮอฟแมน นักข่าว ESPN Brasil อธิบายจุดเริ่มต้นระหว่างแข้งบราซิลกับสโมสรในยูเครนแห่งนี้

ซึ่ง เฟร็ด เป็นหนึ่งในนั้น เขาถูกดึงมาร่วมทีมเพื่อทดแทน แฟร์นันดินโญ่ ที่ย้ายไปเล่นให้ แมนฯ ซิตี้ ในปี 2013 และเป็นกำลังหลักตลอด 5 ปีในถิ่นเมตาลิสต์ สเตเดี้ยม ลงเล่น 155 เกม ยิง 14 ประตู รวมทุกรายการ กวาดแชมป์ลีก 3 สมัย, บอลถ้วยอีก 3 สมัย และซูเปอร์ คัพ 4 สมัย

แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้ ชัคห์ตาร์ อุดมไปด้วยนักเตะอิมพอร์ทจากบราซิลเพราะชายที่ชื่อ “มีร์เซีย ลูเชสคู” โค้ชชาวโรมาเนียที่ต้องการสร้างทีมที่เต็มไปด้วยแนวรุกที่แข็งแกร่ง เทคนิคแพรวพราว และชิ่งบอลกันแบบโบ๊ะบ๊ะๆ เพื่อโค่น ดินาโม เคียฟ ที่ครองบัลลงค์ลีกลูกหนังยูเครนในเวลานั้นให้จงได้

โวโลดิเมียร์ เซรอฟ คอมเมนเตเตอร์ฟุตบอลยูเครนได้เปิดเผยว่า “ลูเชสคู ยอมรับว่าทีมของเขาจะใช้นักเตะบราซิลในแนวรุกและใช้นักเตะยูเครนเล่นเกมรับ บางทีอยากใส่นักเตะบราซิล 10 คนออกสตาร์ทตัวจริง แต่เพราะลีกยูเครนมีเงื่อนไขต้องส่งนักเตะยูเครนลงสนามพร้อมกันทั้ง 4 คน”

ด้วยนักเตะแกนหลักในแนวรุกสไตล์แซมบ้า ชัคห์ตาร์ สถาปนาความยิ่งใหญ่ในลีกยูเครนด้วยการกวาดแชมป์ 11 สมัย บอลถ้วยอีก 9 สมัย รวมถึง ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก) 1 สมัย

แข้งที่จ่ามูไม่อยากได้

เชื่อว่าช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 แฟนบอลต่างงงงวยไม่ใช่น้อย หลัง ฟาบินโญ่ ที่มีข่าวลือกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตลอดกลับย้ายซบคู่ปรับอย่าง ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 43.7 ล้านปอนด์ ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับได้ เฟร็ด มาร่วมทีมด้วยค่าตัวราว 52 ล้านปอนด์

“เฟร็ด จะเข้ามาเสริมคุณภาพให้กับแผงกองกลางอย่างที่เราต้องการ ผมมีความสุขมากๆ ที่เขาย้ายมาร่วมทีมของเรา” โชเซ่ มูรินโญ่ กล่าวถึงแข้งใหม่รายนี้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เฟร็ด ไม่สามารถโชว์ฟอร์มอย่างที่แฟนบอลต้องการ แน่นอนรวมไปถึง มูรินโญ่ เช่นกัน เขาร่วมงานกับ “จ่ามู” ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น เนื่องจากกุนซือแดนฝอยทองต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งเซ่นผลงานที่ดีนัก

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว มูรินโญ่ นั้นไม่ต้องการตัว เฟร็ด และผู้เล่นตำแหน่งกองกลางตั้่งแต่แรกแล้ว เพียงแต่เขาจำใจเซ็นกับแข้งรายนี้ตามที่ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ต้องการ เพราะกลัวว่ารองประธานฝ่ายบริหารจะไม่อนุมัติให้ซื้อผู้เล่นในตำแหน่งที่เขาอยากได้ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก

พรีเมียร์ลีก เวทีปราบเซียนแซมบ้า

อดีต พรีเมียร์ลีก ถือเป็นเวทีปราบเซียนของเหล่าขุนพลแซมบ้ามาหลายต่อหลายรายแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เคลแบร์สัน , โรบินโญ่ , ฮูลิโอ บัปติสต้า , โรเก้ จูเนียร์ , อฟอนโซ่ อัลเวส , แอนเดอร์สัน ล้วนแต่เอาชื่อมาทิ้งในลีกผู้ดีด้วยกันทั้งนั้น แต่ระยะหลังมีแข้งบราซิเลี่ยนลบอาถรรพ์ด้วยการโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น ดาบิด ลุยซ์ , แฟร์นันดินโญ่ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ , วิลเลี่ยน , ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ , ฟาบินโญ่ , อลิสซอน ขณะที่ เฟร็ด ถือว่าเข้าข่ายที่ยังไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ในลีกเบอร์หนึ่งของอังกฤษ

ได้เวลาสลัดคราบ “แซมบ้าเซินเจิ้น”

แม้จะเปลี่ยนกุนซือมาเป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ แต่ เฟร็ด ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามสักเท่าไหร่ แถมลงไปก็ทำผลงานได้ไม่ดีจนถูกแฟนบอลค่อนขอดว่าเป็น “แซมบ้าเซินเจิ้น” เลยทีเดียว แต่พอเข้าเดือนตุลาคม 2019 เป็นต้นมา เฟร็ด เริ่มได้รับโอกาสลงสนามด้วยการออกสตาร์ทตัวจริงในเกมพ่าย นิวคาสเซิ่ล 0-1 จากนั้นเจ้าตัวลงเต็ม 90 นาทีในลีกครบทุกเกม

การได้จับคู่กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำให้ เฟร็ด เริ่มแสดงศักยภาพที่ตัวเองมีออกมาอย่างเต็มที่ การผลัดกันขึ้น-ลงระหว่าง เฟร็ด กับ แม็คโท ช่วยให้เกมแดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูดีมีทรงมากยิ่งขึ้น แม้คู่ขาแดนกลางอย่าง แม็คโทมิเนย์ ดันบาดเจ็บกองกลางรายนี้ก็ยังสามารถทำผลงานได้น่าประทับใจกว่าตอนที่เขาก้าวเท้ามายังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในฤดูกาลแรก ด้วยความขยันและการใช้ทักษะที่เริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ เฟร็ด กลายเป็นกองกลางที่ปีศาจแดงจะขาดเสียไม่ได้แล้วในเวลานี้

และเมื่อ แม็คโทมิเนย์ หายจากอาการบาดเจ็บ ประกอบกับการประสานงานกับผู้เล่นรายใหม่อย่าง บรูโน่ แฟร์นันเดส เกมแดนกลางของปีศาจแดงชุดนี้ช่างน่าจับตามองแท้หลาว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระตุ้นให้ เฟร็ด กองกลางค่าตัวแพงฉกฉวยโอกาสโชว์ฝีเท้าให้ได้ในช่วงที่ผู้เล่นในทีมคนอื่นบาดเจ็บกันระนาว

เจ้าของค่าตัว 52 ล้านปอนด์ ยังไม่สามารถทำผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ และได้โอกาสเพียง 126 นาทีในยุคของ โซลชา โดยนัดล่าสุดที่ลงเล่นคือตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ผีแดงมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายคนก่อนหน้าทำศึกพรีเมียร์ลีกนัดเยือนคริสตัล พาเลซ โดย โซลชา ระบุว่า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยังไม่สามารถกลับมาช่วยทีมได้หลังพลาดนัดล่าสุดในศึกแดงเดือดที่เสมอลิเวอร์พูล 0-0

นอกจากนี้ เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, มัตเตโอ ดาร์เมียน, ฟิล โจนส์, เนมานย่า มาติช, อันเดร์ เอร์เรร่า, ฆวน มาต้า และ เจสัน กรีนวู้ด ก็บาดเจ็บทั้งหมด โซลชา กล่าวถึง เฟร็ด ว่า “เฟร็ด จะได้โอกาส บางทีในวันพรุ่งนี้ (พุธ) คุณคงเห็น เซบา เวรอน ไปแล้ว เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดที่ผมเคยเล่นด้วย เขาต้องใช้เวลาในการปรับตัวที่อังกฤษ ผมมั่นใจว่า เฟร็ด หากว่าได้โอกาส เขาจะคว้าโอกาสได้แน่”

เฟร็ด กองกลางตัวความหวังแมนยู ออกมายืนยันว่า ในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ทีมปีศาจแดง พร้อมเจอกับทุกทีม เพราะว่าเมื่อมาถึงรอบนี้แล้ว ต่างก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งด้วยกันทั้ง ไม่ว่าเจอทีมไหนก็ยากทั้งหมด จากรายงานของ espn.com เมื่อ 15 มีนาคม 2562

สำหรับการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะมีการจับสลากในช่วงเย็นวันนี้ (15 มีนาคม 2562) ซึ่งเมื่อพิจารณาจากจำนวนทีมที่เข้ารอบมาแล้วนั้นมีโอกาสสูงมากทีเดียวที่ แมนยู จะต้องเจอกับทีมจากพรีเมียร์ลีกเหมือนกัน เนื่องจากว่าพาเหรดกันเข้ามาครบทั้ง 4 ทีมเลยทีเดียว ทว่าทาง เฟร็ด ยืนยันว่า หน้าไหนก็ได้ทั้งนั้น ก็มาดิคร้าบ

เฟร็ด เปิดใจว่า “เอาจริง ๆ มาถึงรอบ 8 ทีมแล้ว เราไม่สามารถมาเลือกได้แล้วว่าอยากเจอกับใคร เพราะแต่ละทีมที่ผ่านเข้ามาได้ต้องยอมรับว่าหิน ๆ ด้วยกันทั้งนั้น “แน่นอนว่ามาถึงตอนนี้เราทำได้เพียงแค่เตรียมความพร้อมเอาไว้ให้ดี และไม่ว่าเจอกับทีมไหนเราต้องพร้อม เราไม่มีอะไรจะต้องเสียแล้วเมื่อมาถึงจุดนี้ แต่ที่แน่ ๆ เราอยากเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก” ต้องเปลี่ยนแนวแซมบ้าเซินเจิ้นให้หมดไป

สมัครสมาชิกใหม่ MM88UP.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับเรา

ทางเรามี ทีเด็ดบอลวันนี้ วิเคราะห์บอลวันนี้ ตารางบอล โปรแกรมบอลวันนี้ บอลสเต็ป บอลเต็ง บอลเดี่ยว บอลชุด บอลวันนี้ ที่ผ่านการวิคราะห์จากทีมงานคุณภาพมาเป็นอย่างดี และอัพเดทตลอด 24ชั่วโมง แจกทีเด็ดบอลให้ฟรีๆแบบ VIP สามารถติดตามได้ทั้งทางหน้าเว็บและทาง Line ทางเข้า MM88 สมัคร MM88 MM88BET