สมัครmm888,ทางเข้าMM888,mm888new,สมัคร mm888,mm888bet,ทางเข้า mm888,ทีเด็ดmm888
สร้างทีมยังไงให้ได้แชมป์

สร้างทีมยังไงให้ได้แชมป์

MM88UP
สมัคร MM88

ผ่าสูตรสำเร็จ

สร้างทีมยังไงให้ได้แชมป์ ในขณะที่ “ลิเวอร์พูล” กำลังฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีของสโมสร แต่กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างวันนี้ ทัพหงส์แดงใช้วิธีสร้างทีมและลงทุนในตลาดนักเตะอย่างไรถึงได้ผลลัพธ์เกินคุ้ม และไม่ต้องทุ่มเงินมหาศาลเหมือนทีมคู่แข่ง

นับตั้งแต่ “เจอร์เกน คลอปป์” กุนซือชาวเยอรมันรับงานคุมทีมลิเวอร์พูลเมื่อปี 2015 “เครื่องจักรสีแดง” ในยุคของคลอปป์ก็ก้าวกระโดดจากทีมขาประจำลุ้นท็อปโฟร์ (Top 4) ของพรีเมียร์ลีก สู่ตำแหน่ง “เจ้ายุโรป” หลังคว้าแชมป์ถ้วย “UEFA Chapions League” ในฤดูกาลที่แล้ว และแชมป์ศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2019/20 ด้วยฟอร์มร้อนแรงอันสม่ำเสมอช่วง 2-3 ปีหลัง

เบื้องหลังความสำเร็จในสนามของหงส์แดงเกิดขึ้นได้จากการอดทนสร้างทีมทั้งซื้อนักเตะใหม่และถ่ายเลือดเก่าในช่วง 4-5 ปีหลังสุด ในรายชื่อนักเตะ 18 คนของทีมลิเวอร์พูลชุดที่กุนซือสายเฮฟวีเมทัลใช้ในนัดแรกที่เขาคุมทัพเมื่อเกือบ 5 ปีที่แล้ว เหลือแค่เพียง “เจมส์ มิลเนอร์” “อดัม ลัลลานา” และ “ดิว็อก โอริกี” ที่ยังอยู่กับทีมถึงฤดูกาลนี้ ในฐานะกำลังเสริม

และการสร้างทีมลิเวอร์พูลชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกนี้ ต้องผ่านกระบวนการซื้อขายนักเตะที่ต่อเนื่อง และอุดจุดด้อยแต่ละตำแหน่งตามแผนทำทีมระยะยาวที่คลอปป์วางไว้

  • เริ่มผ่าตัดทีม

ปี 2016 ช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์แรกของคลอปป์ในฐานะกุนซือหงส์แดง การคว้าตัว “ซาดิโอ มาเน” แนวรุกทีมชาติเซเนกัล และ “จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม” มิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ช่วยให้ทีมกลับสู่เวที Champions League อีกครั้ง

ปีต่อมา ลิเวอร์พูลเสริมทีมต่อเนื่องด้วยการเซ็นสัญญา “โมฮัมเหม็ด ซาลาห์” ปีกทีมชาติอียิปต์ “แอนดี โรเบิร์ตสัน” แบ็คซ้ายชาวสกอตแลนด์ และ “อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน” กองกลางชาวอังกฤษ มาร่วมทีม

จนกระทั่งตลาดนักเตะหน้าหนาวเดือน ม.ค. 2018 “เวอร์จิล ฟาน ไดค์” ปราการหลังชาวดัตช์ที่คลอปป์เล็งมานาน ก็ย้ายจากเซาท์แธมป์ตันมาร่วมทัพหงส์แดงด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ และกลายเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกขณะนั้น

ขณะเดียวกัน ด้วยฟอร์มถล่มประตูของซาลาห์ เกมรับที่เหนียวแน่นขึ้นจากการมาของฟาน ไดค์ การพัฒนาฟอร์มการเล่นของโรเบิร์ตสัน และการแจ้งเกิดของแบ็คขวาลูกหม้อสโมสรอย่าง “เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์” ส่งให้ลิเวอร์พูลทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ Champions League ในเดือน พ.ค. 2018

ทว่าความผิดพลาด 2 ครั้งของ “ลอริส คาริอุส” ผู้รักษาประตูชาวเยอรมันที่นำไปสู่การเสีย 2 ประตูในนัดชิงเจ้ายุโรปกับ “เรอัล มาดริด” ยักษ์ใหญ่จากสเปนทำให้หงส์แดงต้องอกหักจากแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ในปีนั้น แต่สิ่งที่เห็นชัดหลังจากนั้นคือความปรารถนาอันแรงกล้าของสโมสรที่ต้องการกลับมาคว้าแชมป์รายการใหญ่ให้ได้อีกครั้ง

– อลิสซอน เบ็คเกอร์ (ซ้าย) และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ (ขวา) 2 คีย์แมนในเกมรับของหงส์แดง

ตั้งแต่นัดนั้นเป็นต้นมา คาริอุสก็ไม่ได้ลงเฝ้าเสาให้ลิเวอร์พูลอีกเลยก่อนถูกปล่อยยืมให้เบซิคตัส ทีมดังแห่งลีกตุรกีในฤดูกาลล่าสุด และในตลาดซัมเมอร์ปี 2018 คลอปป์ตัดสินใจอุดช่องโหว่ในตำแหน่งนายทวารด้วยการซื้อ “อลิสซอน เบ็คเกอร์” จอมหนึบชาวบราซิลจากทีมโรมาในอิตาลี ด้วยค่าตัว 67 ล้านปอนด์ ทำสถิติโกล์ค่าตัวแพงที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบัน

เท่านั้นไม่พอ ทีมดังแห่งอังกฤษยังเดินหน้าเสริมทัพเซ็นนักเตะอีก 3 คน ได้แก่ “นาบี เกอิตา” “ฟาบินโญ” และ “เชอร์ดาน ชากิรี” ในช่วงตลาดเดียวกัน ด้วยค่าตัวรวมกันกว่า 160 ล้านปอนด์

  • ความกระหายชัยชนะ

ในช่วง 2 ปีหลัง ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของคลอปป์เก็บชัยชนะเป็นว่าเล่น โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก เห็นได้ชัดจากการลุ้นแชมป์ฤดูกาลที่แล้ว (2018/19) ซึ่งเป็นการขับเคี่ยวระหว่างลิเวอร์พูล กับ “แมนเชสเตอร์ ซิตี” ที่คุมทัพโดย “เปป กวาร์ดิโอลา” กุนซือสมองเพชรชาวสเปน

ถึงแม้ในซีซั่นนั้น ทัพหงส์แดงโชว์ฟอร์มหรูโดยเก็บได้ถึง 97 แต้ม แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะคว้าแชมป์มาครอง เพราะเรือใบสีฟ้าฟอร์มคงเส้นคงวาเช่นกันและปาดหน้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยคะแนนมากกว่าเพียง 1 แต้มเท่านั้น

แต่สิ่งที่ปลอบใจเหล่า The Kop ได้ในฤดูกาล 2018/19 คือ การผงาดเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ ด้วยการโค่น “ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส” ในนัดชิงชนะเลิศ Champions League

และที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อยต่อแฟนบอลทั่วโลก คือ การโชว์ฟอร์มโหดไล่ถล่ม “บาร์เซโลนา” 4-0 ในรอบรองชนะเลิศนัดที่สองที่สนามแอนฟิลด์ แม้ขาดกำลังหลักอย่างซาลาห์ และ โรแบร์โต ฟีร์มิโน ที่บาดเจ็บ หลังจากนัดแรกบุกไปแพ้ที่สนามคัมป์นู 3-0 ทำให้หงส์แดงแซงบาร์ซาเข้ารอบชิงด้วยสกอร์รวม 4-3 ไปอย่างสุดมัน

  • ใช้เงินทุกปอนด์อย่างคุ้มค่า

การอัพเกรดทีมหลังพลาดท่าแพ้มาดริดในรอบชิง Champions League ปี 2018 ยังส่งผลดีมาถึงฤดูกาลนี้ ก่อนหน้านั้น มีปัจจัยเดียวที่อาจสกัดไม่ให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสูงสุดซีซั่นนี้ได้คือการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อทั่วสหราชอาณาจักรกว่า 3 แสนคน (นับถึง 1 ก.ค.)

และทำให้พรีเมียร์ลีกต้องพักแข่งไปนานกว่า 3 เดือนตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. และสุดท้ายก็กลับมาแข่งกันต่อแบบปิดสนามเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. จนกระทั่งทีมจ่าฝูงคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีได้สำเร็จ

แต่ความสำเร็จของทัพหงส์แดงในยุคเจอร์เกนคลอปป์ กลับไม่ใช่การทุ่มเงินซื้อนักเตะมากกว่าคู่แข่ง แต่เป็นการจัดการเรื่องซื้อขายผู้เล่นได้อย่างคุ้มค่าในช่วง 5 ฤดูกาลที่ผ่านมา

Transfermarkt เว็บไซต์ข้อมูลตลาดนักเตะ ระบุว่า การใช้เงินสุทธิ (รายจ่ายจากการซื้อนักเตะ ลบรายรับจากการขายนักเตะ) ของลิเวอร์พูลในช่วง 5 ปีหลังอยู่ที่ประมาณ 109 ล้านปอนด์ ขาดทุนน้อยกว่าการใช้เงินของทีมเล็กอย่าง บอร์นมัธ, แอสตัน วิลลา และไบรท์ตัน ด้วยซ้ำ

ส่วนคู่แข่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้อย่างเรือใบสีฟ้าของกวาร์ดิโอลาใช้เงินสุทธิไปราว 601 ล้านปอนด์ในช่วง 5 ฤดูกาลถึงซีซั่น 2019/20 จะเห็นได้ชัดว่าตัวเลขใช้จ่ายเงินสุทธิของหงส์แดงน้อยกว่าเกือบ 500 ล้านปอนด์

  • แรงหนุนจากทุกฝ่ายของสโมสร

ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับสกิลการจัดการทีมของคลอปป์ คือ แม้ลิเวอร์พูลขาย “ฟิลิปเป คูตินโญ” จอมปั้นเกมคนสำคัญให้กับบาร์เซโลนาด้วยค่าตัว 142 ล้านปอนด์ในเดือน ม.ค. 2018 แต่กลับไม่ทำให้คุณภาพของทีมแห่งแอนฟิลด์ถดถอยลงแต่อย่างใด

ขณะที่ ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร ก็มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ตามที่คลอปป์ต้องการ และนำเงินที่ได้จากการขายผู้เล่นมาลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทีม

การขายผู้เล่นอย่าง “มามาดู ซาโก” “โดมินิก โซลันเก” “แดนนี อิงส์” “คริสเตียน เบนเตเก” “จอร์ดอน ไอบ์” และ “ซิมง มิโญเลต์” ช่วยเพิ่มงบช้อปนักเตะให้ลิเวอร์พูลถึง 120 ล้านปอนด์

ส่วนในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลเสริมทัพชุดใหญ่เพียง 1 คนเท่านั้น คือ “ทาคุมิ มินามิโนะ” แนวรุกทีมชาติญี่ปุ่นวัย 25 ปีที่ย้ายจากทีมซัลซ์บวร์กในออสเตรียด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ช่วงตลาดเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และแข้งรายนี้ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในแผนระยะยาวของทีมที่จะไม่หยุดกอบโกยความสำเร็จเพียงเท่านี้

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลได้ต่อสัญญาซาลาห์, มาเน, ฟีร์มิโน, โรเบิร์ตสัน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม เพื่ออยู่เป็นกำลังหลักในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไป

“สำหรับใครก็ตามในโลกฟุตบอลที่ต้องการประสบความสำเร็จ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ทุกฟันเฟืองของสโมสรทำหน้าที่ตัวเองได้ดีที่สุด ตั้งแต่การสนับสนุนจากแฟนบอลไปจนถึงวิสัยทัศน์ของเจ้าของสโมสร ไม่มีที่ไหนดีไปกว่าที่นี่อีกแล้ว” คลอปป์กล่าวยกย่องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในสโมสร สร้างทีมยังไงให้ได้แชมป์

สมัครสมาชิกใหม่ MM88UP.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับเรา

ทางเรามี ทีเด็ดบอลวันนี้ วิเคราะห์บอลวันนี้ ตารางบอล โปรแกรมบอลวันนี้ บอลสเต็ป บอลเต็ง บอลเดี่ยว บอลชุด บอลวันนี้ ที่ผ่านการวิคราะห์จากทีมงานคุณภาพมาเป็นอย่างดี และอัพเดทตลอด 24ชั่วโมง แจกทีเด็ดบอลให้ฟรีๆแบบ VIP สามารถติดตามได้ทั้งทางหน้าเว็บและทาง Line ทางเข้า MM88 สมัคร MM88 MM88BET MM88