โย้กย้ายเปลี่ยนแปลงทัพในสงครามดงกุหลาบ

โย้กย้ายเปลี่ยนแปลงทัพในสงครามดงกุหลาบ

MM88UP
สมัคร MM88

5 การย้ายโดยตรงระหว่าง แมนฯ ยู สู่ ลีดส์ และ ลีดส์ สู่ แมนฯ ยู

โย้กย้ายเปลี่ยนแปลงทัพในสงครามดงกุหลาบ หลังตกชั้นไปจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตั้งแต่ตอนที่เป็นอันดับรองบ๊วยในฤดูกาล 2003-04 รวมถึงถึงขนาดเคยกระเด็นไปเล่นใน ลีก วัน มาแล้ว ในที่สุด ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็จะได้กลับมาเล่นในลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีอีกครั้งในฤดูกาล 2020-21

หลังจากสาวก “เร้ด อาร์มี่” บางส่วนไปพิมพ์ต่อว่าเขาอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทั้ง 2 ทีมจะเป็นคู่อริกัน แต่ที่ผ่านมาก็มีหลายครั้งที่พวกเขาทำการซื้อ-ขายนักเตะระหว่างกันโดยตรง ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนอตัวอย่างที่เด่นๆ สัก 5 คน ทั้งในกรณีที่ย้ายจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไปอยู่ ลีดส์ และจาก ลีดส์ มาอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด กัน

: จากแดงสู่ขาว
– เฟร็ดดี้ กู้ดวิน (แมนฯ ยูไนเต็ด 1953-1960, ลีดส์ 1960-1964)
วิงฮาล์ฟรายนี้ถือเป็นหนึ่งในสมาชิกยุค บัสบี้ เบ็บส์ ของ เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ ตำนานผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเขาอยู่ในทีมชุดที่ได้แชมป์ลีกเมื่อปี 1956 กับ 1957 โดยเขาได้ลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทั้งหมด 107 นัดในทกรายการ และทำได้ 8 ประตู

อย่างไรก็ตาม พอถึงปี 1960 เขาก็ย้ายไปอยู่กับ ลีดส์ ด้วยค่าตัว 10,000 ปอนด์ ซึ่งถ้าเทียบเป็นค่าเงินปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 192,935 ปอนด์ และที่นี่เขาก็ได้ลงเล่นมากกว่าตอนอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นิดหน่อย ด้วยการลงเล่นไป 120 นัดในทุกรายการ พร้อมกับทำได้ 2 ประตู แต่ในเกม เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 1963-64

– จอห์นนี่ ไจล์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด 1957-1963, ลีดส์ 1963-1975)
ไจล์ส ได้รับโอกาสประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1959 และกองกลางชาวไอริชก็กลายเป็นตัวหลักของทีมตลอดช่วง 4 ปีต่อมา โดยที่เขาได้ลงเล่นร่วมกับสตาร์ดังของทีมในตอนนั้นอย่าง เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ เดนิส ลอว์  ด้วย พร้อมกับได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ร่วมกับทีม 1 สมัย ในฤดูกาล 1962-63

ถึงกระนั้น ไจล์ส ก็ย้ายไปซบ ลีดส์ ในปี 1963 ด้วยค่าตัว 33,000 ปอนด์ ซึ่งถ้าเทียบกับปัจจุบันจะอยู่ที่ 583,706 ปอนด์ หลังจากที่เขาโดน บัสบี้ ดองจนแทบไม่ได้ลงสนาม โดยเจ้าตัวโมโหจนถึงขั้นเคยพูดกับ แอนน์ ภรรยาของ บัสบี้ เลยว่า “ฉันจะตามหลอกหลอนมันแน่ๆ” และเขาก็ทำได้อย่างนั้นจริงๆ

– ไบรอัน กรีนฮอฟฟ์ (แมนฯ ยูไนเต็ด 1970-1979, ลีดส์ 1979-1982)
กรีนฮออฟฟ์ มาอยู่กับอะคาเดมี่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1968 ก่อนที่จะได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ในอีกราว 5 ปีให้หลัง โดยกองหลังชาวอังกฤษรายนี้ก็พาทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ กับ แชริตี้ ชิลด์ อย่างละ 1 หน

พอถึงปี 1979 กรีนฮอฟฟ์ ก็โดนปล่อยไปให้ ลีดส์ ด้วยค่าตัว 350,000 ปอนด์ โดยถ้าเทียบกับสมัยนี้ก็อยู่ที่ราว 1.6 ล้านปอนด์ ซึ่งนั่นเป็นสถิติการขายนักเตะได้ในราคาที่สูงที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ ลีดส์ ได้ จนถึงขั้นที่ทีมตกชั้นในปี 1982 ท่ามกลางการพูดกันว่าตอนนั้นเขาอ้วนเกินไป

– กอร์ดอน สตรั๊คคั่น (แมนฯ ยูไนเต็ด 1984-1989, ลีดส์ 1989-1995)
หลังจากที่ว่ากันว่าเขามีปัญหากับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในตอนที่ทั้งคู่อยู่กับ อเบอร์ดีน สตรั๊คคั่น ก็ได้ย้ายจากทีมของสกอตแลนด์ไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1984

และเขาก็ช่วยให้ทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 1984-85 แต่โชคชะตาก็เหมือนจะเล่นตลกเมื่อ เฟอร์กูสัน ได้เข้ามาคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1986 โดยที่ตอนนั้น สตรั๊คคั่น พูดแบบติดตลกกับเพื่อนร่วมทีมเลยว่า “ฉันไม่นึกว่าเขาจะลงทุนตามฉันมาทางตอนใต้อย่างนี้ด้วย!”

ความสัมพันธ์ระหว่าง สตรั๊คคั่น กับ เฟอร์กูสัน ไม่ได้ต่างไปจากตอนที่ทั้งคู่อยู่กับ อเบอร์ดีน เท่าไหร่นัก (ยังดีที่ตอนนี้ทั้งคู่ไม่แค้นกันแล้ว) จนสุดท้าย สตรั๊คคั่น ก็โดนขายให้กับ ลีดส์ ในปี 1989 โดยเขาเป็นขวัญใจของแฟนบอล ลีดส์ อย่างรวดเร็วจนถึงขั้นได้เป็นกัปตันทีม

– ลี ชาร์ป (แมนฯ ยูไนเต็ด 1988-1996, ลีดส์ 1996-1999)
ชาร์ป เคยเป็นขวัญใจของเหล่าสาวก “เร้ด อาร์มี่” ด้วยความที่เขามีลีลาพริ้วไหวสุดๆ จนช่วยให้ทีมได้แชมป์หลายรายการ อย่างเช่นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 2 ครั้ง, แชมป์ ลีก คัพ 1 หน และแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ อีก 1 ครั้ง เป็นต้น แถมเขายังมีหน้าตาดีพอตัวอีกต่างหาก

น่าเศร้าที่พอถึงปี 1996 เขาโดนขายไปให้ ลีดส์ ด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงเป็นสถิติร่วมของ ลีดส์ ในตอนนั้น โดยถ้าเทียบเป็นค่าเงินในตอนนี้อยู่ที่ 7.2 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ชาร์ป ก็โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถโชว์ฟอร์มเหมือนสมัยอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้

: จากขาวสู่แดง
– อลัน สมิธ (ลีดส์ 1998-2004, แมนฯ ยูไนเต็ด 2004-2007)
ด้วยความที่เกิดในเมืองลีดส์ รวมถึงอยู่กับ “ยูงทอง” มาตั้งแต่เยาวชน ทำให้ สมิธ ซึมซับความเกลียดชังที่มีต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าไปในตัวอย่างเต็มที่ เวลาที่ต้องเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขามักจะเล่นเกิน 100 เปอร์เซ็นต์อยู่เสมอ แถมเจ้าตัวยังเคยยืนกรานด้วยว่าให้ตายยังไงก็จะไม่มีวันเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอน

– กอร์ดอน แม็คควีน (ลีดส์ 1972-1978, แมนฯ ยูไนเต็ด 1978-1985)
หลังย้ายมาจาก เซนต์ เมียร์เรน ในปี 1972 และใช้เวลาปรับตัวอยู่พักหนึ่ง แม็คควีน ก็กลายเป็นกำลังหลักให้กับ ลีดส์ ได้ โดยเฉพาะช่วงที่ได้จับคู่กับ นอร์แมน ฮันเตอร์ โดยเขาช่วยให้ทีมได้แชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาล 1973-74 ด้วย

ถึงกระนั้น พอถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1978 แม็คควีน ก็ถอดเสื้อสีขาวทิ้งแล้วไปซบ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 495,000 ปอนด์ ซึ่งคิดเป็นเงินในตอนนี้ก็อยู่ที่ 2.4 ล้านปอนด์  พร้อมกับหย่อนวลีเด็ดว่า “นักเตะ 99 เปอร์เซ็นต์อยากเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันทั้งนั้น

– โจ จอร์แดน (ลีดส์ 1970-1978, แมนฯ ยูไนเต็ด 1978-1981)
ดาวเตะชาวสกอตต์อยู่กับ ลีดส์ เป็นเวลานาน และหนึ่งในภาพที่หลายคนจำเกี่ยวกับเขาได้ดีคือการที่เขาเป็น “รองแชมป์” ร่วมกับทีมหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นรองแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ในปี 1975, รองแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ปี 1973, รองแชมป์ ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1970-71 กับ 1971-72

– ริโอ เฟอร์ดินานด์ (ลีดส์ 2000-2002, แมนฯ ยูไนเต็ด 2002-2014)
ลีดส์ ยอมทุ่มเงิน 18 ล้านปอนด์ เพื่อดึง เฟอร์ดินานด์ มาจาก เวสต์แฮม ทำให้ตอนนั้นเขาเป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก รวมถึงเป็นนักเตะชาวอังกฤษที่มีค่าตัวสูงที่สุด และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนถึงขั้นได้เป็นกัปตันทีมด้วย อย่างไรก็ตาม การที่ ลีดส์ มีปัญหาด้านการเงิน ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องขาย เฟอร์ดินานด์

สุดท้ายทีมที่ได้เขาไปคือ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยอมจ่ายเงินโดยรวม 33.3 ล้านปอนด์ ทำให้ เฟอร์ดินานด์ เป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก รวมถึงเป็นนักเตะชาวอังกฤษที่มีค่าตัวสูงที่สุดอีกครั้งในตอนนั้น และมันก็กลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของ “ปีศาจแดง” เพราะว่า เฟอร์ดินานด์ เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งจนช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและอยู่กับทีมนานราว 12 ปี จนเข้าขั้นเป็นตำนานของทีมแล้ว

– เอริก คันโตน่า (ลีดส์ 1992, แมนฯ ยูไนเต็ด 1992-1997)
คันโตน่า ย้ายมาอยู่กับ ลีดส์ ในช่วงเดือนมกราคม ปี 1992 หรือก็คือกลางฤดูกาล 1991-92 และนั่นก็ทำให้เขาได้แชมป์ ดิวิชั่น 1 ร่วมกับทีมในฤดูกาลนั้น รวมถึงได้แชมป์ แชริตี้ ชิลด์ ในปี 1992 ด้วย อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวฝรั่งเศสก็มีข่าวเชิงลบเรื่องพฤติกรรมอยู่บ้าง

ตอนนั้นกูรูหลายคนมองว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ดีของ ลีดส์ เพราะมันเหมือนกับเป็นการกำจัดตัวปัญหาออกไปจากทีมได้ อย่างไรก็ตาม แฟนบอล ลีดส์ บางคนไม่พอใจดีลนี้อย่างมาก และสุดท้าย คันโตน่า ก็กลายเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่ได้เป็นเวลานาน โย้กย้ายเปลี่ยนแปลงทัพในสงครามดงกุหลาบ

สมัครสมาชิกใหม่ MM88UP.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับเรา

ทางเรามี ทีเด็ดบอลวันนี้ วิเคราะห์บอลวันนี้ ตารางบอล โปรแกรมบอลวันนี้ บอลสเต็ป บอลเต็ง บอลเดี่ยว บอลชุด บอลวันนี้ ที่ผ่านการวิคราะห์จากทีมงานคุณภาพมาเป็นอย่างดี และอัพเดทตลอด 24ชั่วโมง แจกทีเด็ดบอลให้ฟรีๆแบบ VIP สามารถติดตามได้ทั้งทางหน้าเว็บและทาง Line ทางเข้า MM88 สมัคร MM88 MM88BET